ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้

ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้

ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้ ดังคำว่า “อโรคยา ปรมาลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”

ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใดก็ยังเป็นคำพูดที่ฟังดูแล้วไม่ล้าสมัย เพราะคงจะไม่มีใครปฏิเสธว่าการมีสุขภาพดี มีค่ากว่าการมีเงินทองร้อยล้านด้วยซ้ำไป เพราะแม้ว่าจะมีเงินมากองจนท่วมตัวก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีให้กลับคืนมาได้ ตัวเราเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนด พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นสิ่งที่จะแสดงผลออกมาเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง เช่น บางคนทำงานหนักพักผ่อนน้อยเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆทำให้ร่างกายรับไม่ไหว สุขภาพอ่อนแอติดเชื้อได้ง่าย

ฉันมาเข้าใจประโยคนี้ได้ดีเมื่อฉันมาเจ็บป่วยเมื่อปลายปีที่แล้ว ฉันมีพี่น้องกันสองคน ฉันรับราชการเป็นครู ส่วนน้องสาวฉันมีครอบครัวแต่ไม่มีบุตร น้องสาวจึงเฝ้าเวียนมาหาฉันทุกสัปดาห์ พ่อแม่เราทั้งสองทิ้งมรดกให้เราสองคนระดับหนึ่ง น้องสาวฉันจึงเป็นแค่แม่บ้าน ส่วนตัวฉันมีนิสัยมัธยัสถ์ฉันจึงมีเงินเก็บมาก ความไม่รู้จักพอไม่เคยอยู่ในหัวฉันเลย ฉันปล่อยเงินกู้แก่เพื่อนครูมากมาย จากดอกเบี้ยร้อยละ5 จนถึงดอกเบี้ยร้อยละ10 น้องสาวฉันรู้ทุกเรื่องเพราะฉันให้น้องสาวดูเรื่องเงินในบัญชี

ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้

3-5 ปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยเช็คสุขภาพร่างกาย ปวดหัวเป็นไข้ก็ซื้อยาร้านยาทาน จนเช้าของวันเสาร์ฉันตื่นขึ้นมาปวดหัวอย่างแรง ฉันพยายามจะลุกแต่ลุกไม่ขึ้น ฉันรู้สึกหนักบริเวณท้ายทอยมาก ฉันเริ่มรู้สึกคลื่นไส้และอยากอาเจียน ทันใดนั้นฉันก็อาเจียนอย่างแรง ฉันอาเจียนจนเพลียไม่มีแรงที่จะโทรศัพท์ตามน้องสาว จนน้องสาวมาหาฉันตอนบ่ายๆ น้องฉันตกใจมากเห็นฉันสภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันนอนไม่พูดจาใบหน้าซีด น้องสาวรีบนำฉันส่งโรงพยาบาล

ฉันจำความไม่ได้เลยไม่รู้เลยว่าตัวเองสับสนจำใครไม่ได้ถึง 7 วัน จนเช้าวันนั้นฉันตื่นมาและรู้ตัวว่ามีท่อช่วยหายใจที่ปาก ฉันหันขวาซ้ายไม่เจอคนรู้จักเลย มือทั้งสองข้างของฉันถูกผูกไว้กับเตียง สักครู่มีคุณหมอเดินมากับคุณพยาบาลและยืนข้างเตียง
คุณหมอพูดกับฉันว่า “ตื่นแล้วเหรอ” คุณหมอยิ้มที่มุมปากและพูดต่อว่า
“ช่วงบ่ายจะเอาท่อช่วยหายใจออก จะได้ไม่รำคาญนะ” ฉันสบตาคุณหมอเป็นการรับทราบ
ฉันเห็นน้องสาวในช่วงบ่าย น้องสาวบีบที่มือฉันเบาๆและบอกว่า
“ไม่ต้องกลัวนะ น้องมาดูแลค่ะ” น้องสาวยิ้มให้ฉัน เธอนั่งข้างเตียงฉันไม่ยอมลุกไปไหนเลย

ผู้ป่วยติดเตียง

หลังจากที่หมอนำท่อช่วยหายใจออก ฉันเพลียมากเอาแต่นอน มารู้ตัวอีกหลายวันและพบว่าตัวเองเป็นโรคไตวายเฉียบพลันต้องล้างไตทางหน้าท้อง โดยพยาบาลที่ตึกสอนให้กับน้องสาวและน้องสาวเฝ้าเวียนทำล้างไตทางหน้าท้องให้ฉันทุกวัน ฉันรู้สึกท้อใจมาก แขนขาไม่มีแรงเลย นี่เกิดอะไรกับฉันนี่ ฉันจำได้ลางๆว่ามีเพื่อนครูมายืนอยู่ปลายเตียง ในความทรงจำนั้นจำได้เลือนๆว่าทุกคนสาปแช่งฉันให้ตาย ยิ่งคิดยิ่งท้ออยากตายอย่างเดียว

ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้

จนในวันที่หมอส่งให้ฉันและน้องสาวมารับทราบเรื่องข้อมูลการรักษาเรื่องไตกับพยาบาลที่ห้องล้างไต ในวันนั้นพยาบาลให้กำลังใจดีมาก เธอบอกให้ฉันต่อสู้กับความเจ็บป่วย พยาบาลห้องไตแนะนำให้ลุกขึ้นมาสู้ เธอเน้นย้ำเรื่องการรับประทานอาหาร ให้ฉันทานอาหารให้หลากหลาย เน้นโปรตีนที่มีคุณภาพ เธอบอกว่าทุกอย่างจะดีได้ด้วยตัวเราเอง เธอเน้นว่าฉันผ่านวิกฤตมาแล้วอยู่ต่อเพื่อจะตอบความดีงามแก่น้องสาว
เธอบอกว่า “ฉันโชคดีที่มีน้องสาวรักและเป็นห่วง หาได้น้อยในสังคมปัจจุบัน” ฉันยิ้มรับและขอบคุณพี่พยาบาลที่ชี้แนะเรื่องน้องสาว ฉันลืมไปเลยว่าน้องสาวผู้นี้ให้ชีวิตใหม่แก่ฉัน เธอเฝ้าไข้ฉันทุกวันไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย

กำลังใจช่วยให้ผู้ป่วยหาย

ฉันทานอาหารได้มากขึ้น เริ่มมีแรงพยายามลุกนั่ง ฉันมีน้องสาวที่คอยดูแลเอาใจใส่อย่างดี น้องสาวดีใจที่ฉันเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้ เหมือนดัง ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้

เธอบอกว่า “ ดีใจที่พี่แข็งแรงขึ้น น้องไม่เหงาแล้ว” เธอยิ้มมุมปากแต่ไม่สำคัญเท่าการโอบกอดจากเธอ เหมือนเธอถ่ายทอดความห่วงใยมาขณะโอบกอด มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน

ผ่านไป 1 เดือนกว่าๆ ฉันเคลื่อนย้ายตัวเองจากเตียงมารถเข็นได้ด้วยตัวเอง และเดือนต่อมาหมอนัดพบที่คลินิคไตและแจ้งข่าวดีกับฉันว่า ค่าเลือดไตดีขึ้น ให้หยุดล้างไตไปก่อน เดือนหน้าถ้าผลเลือดยังดี หมอจะนัดเอาสายล้างไตออก ฉันรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ มีพลังสู้ชีวิตมากขึ้น ฉันและน้องสาวกอดกันกลม

หายป่วยด้วยกำลังใจ

ฉันเริ่มกลับไปทำงานที่โรงเรียน (ยังมีใช้รถเข็น เพราะกำลังขายังมีไม่มาก) ฉันบอกกับเพื่อนครูว่า ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยกันแล้วให้ทยอยคืนเงินต้นพอ ตั้งแต่วันที่ฉันบอกกับเพื่อนครูว่าไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเงินกู้ ฉันได้รับรอยยิ้มและความช่วยเหลือจากเพื่อนครูเป็นอย่างดี ฉันรู้ได้ทันทีว่าความเห็นอกเห็นใจ เมตตา เอื้ออาทรนั้นมีพลังมากทำให้ฉันใจเป็นสุข อยากมีชีวิตเพื่อทำความดี

ท้ายนี้ฉันขอฝากข้อคิดกับเพื่อนๆที่เจ็บป่วยหรือมีญาติเจ็บป่วยว่า กำลังใจนั้นสำคัญมาก ควรเข้าใจความรู้สึกความต้องการของผู้เจ็บป่วย ขณะเดียวกันผู้เจ็บป่วยเองต้องสร้างพลังบวกให้กับตนเองให้มาก มองโลกในแง่ดี รักษาใจของตนเองให้เป็นสุขและเราจะพบความสุขนั้นกลับมา ทำให้เรามีพลังสู้กับโรคภัยที่มาเบียดเบียน ผู้เขียนขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้ผู้เจ็บป่วยทุกท่านกลับมาช่วยเหลือตัวเองให้เหมือนเดิม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องเล่า

กำลังใจจากคนรอบข้าง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ Cookies ที่เราใช้งานได้แก่ Google Analytics และ Facebook Pixel

บันทึกการตั้งค่า